วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แฟนวินโดวส์เฮ เปิดตัวเว็บ windows7thailand

ด้วยหลากหลายคอนเทนท์ที่เติมเต็มทุกประสบการณ์การใช้งานวินโดวส์ 7 ให้ได้รู้กันอย่างเต็มอิ่ม เจาะลึกทุกฟีเจอร์เด็ด อัพเดทข่าวให้ได้รู้กันก่อนใคร....

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวเว็บไซต์ www.windows7thailand.com นับเป็นบ้านใหม่บนโลกออนไลน์ ที่จะพาผู้ใช้งานทุกคนไปร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการใช้งานวินโดวส์ 7 ระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดจากไมโครซอฟท์ ที่ได้รับการออกแบบให้มีการทำงานที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย ตอบสนองได้อย่างฉับไว พร้อมพบฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกยิ่งขึ้น ทั้งแอพพลิเคชั่นทาสก์บาร์รูปแบบใหม่ โปรแกรม Aero Peek, Aero Shake, Jump List และฟีเจอร์สุดล้ำยุคเด็ดๆ อีกมากมาย

รายงานข่าวแจ้งว่า เว็บไซต์แห่งนี้ จะมีการอัพเดทข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้ได้รู้อยู่เสมอ พร้อมพบไฮไลท์เด็ด เดโมวิดีโอ วินโดวส์ 7 ที่แนะนำการใช้งานวินโดวส์ 7 อย่างง่ายๆ และคลังภาพวอลเปเปอร์และแบ็คกราวด์ เฉพาะของวินโดวส์ 7 ที่มีให้เลือกดาวน์โหลดได้อย่างจุใจ นอกจากนี้ เว็บไซต์วินโดวส์ 7 ยังเชื่อมต่อโดยตรงกับแอคเคาท์ของ Facebook และ Twitter ที่อัพเดทตลอดเวลา พร้อมเชื่อมโลกออนไลน์ให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ทุกคนได้มีโอกาสแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานวินโดวส์ 7 กับเพื่อนใหม่ได้แบบไม่ต้องกั๊ก ทั้งนี้ ผู้ชมยังร่วมสนุกกับเกมส์และกิจกรรม ที่ทางเว็บไซต์จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

10 สิ่งน่ารู้ก่อนซื้อ iPad

1. iPad ต่างจากแล็ปท็อปอย่างไร?
iPad เป็นคอมพิวเตอร์ที่จัดอยู่ในประเภทสเลท (slate) หรือที่บางคนอาจจะเรียกว่าแท็ปเล็ต ซึ่งต่างจากแล็ปท็อปตรงที่ไม่มีคีย์บอร์ดเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของฮาร์ดแวร์ โดยการใช้งาน iPad จะใช้ระบบทัชสกรีนเหมือนที่ใช้กับ iPhone หรือ iPod และมีีแล็ปท็อปเพียงไม่กี่รุ่นที่ใช้ฟังก์ชั่นเดียวกันนี้

2. iPad ต่างจาก e-reader อย่าง Kindle อย่างไร?

แม้ว่า iPad จะเป็นได้ทั้ง e-reader  และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เช่นเดียวกับ Kindle จาก Amazon แต่มันก็ยังมีจุดที่แตกต่างระหว่างทั้ง 2 อยู่ จุดแรกคือ iPad มีการแสดงภาพแบบหลากสี ขณะที่  Kindle มีแค่สีขาว-ดำ เท่านั้น ซึ่งทำให้หลายคนเชื่อว่า iPad น่าจะได้รับความนิยมในหมู่นักศึกษาที่ต้องอ่านตำราที่มีแผนภาพเป็นสี แต่มีเสียงแย้งว่าหากต้องอ่านเป็นเวลานาน Kindle จะช่วยถนอมสายตาได้มากกว่า

จุดที่สองคือ iPad สามารถแสดงภาพหน้ากระดาษในหนังสือได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดยในแนวนอนจะแสดงทีละ 2 หน้า ส่วนแนวตั้งจะแสดงเพียงหน้าเดียว ผิดกับ Kindle ที่แสดงได้แค่แนวตั้งเท่านั้น ขณะที่ร้านหนังสือออนไลน์ที่รองรับอุปกรณ์ทั้ง 2 ก็ไม่เหมือนกัน เนื่องจากผู้ใช้ iPad จะต้องซื้อหนังสือจากร้านหนังสือดิจิตอลของ Apple ที่ชื่อ 'iBookstore' ส่วนผู้ใช้ Kindle แน่นอนว่าจะต้องสั่งจาก Amazon.com เท่านั้น

เจสัน ซอซิเออร์ ลูกค้าคนแรกในโลกที่เป็นเจ้าของ iPad
เจสัน ซอซิเออร์ ลูกค้าคนแรกในโลกที่เป็นเจ้าของ iPad

3. iPad มีราคาเท่าไหร่?

ราคาเริ่มตั้งแต่ 499 ไปจนถึง 829 ดอลลาร์ (ราว 16,000 - 27,000 บาท) โดยรุ่นที่แพงกว่านั้นมีความจุข้อมูลมากกว่า ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถใส่เพลงและวีดีโอไปในเครื่องได้มากเท่าที่ต้องการ นอกจากนี้ iPad รุ่นที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ได้เพียงอย่างเดียว จะมีราคาถูกกว่า รุ่นที่เชื่อมต่อได้ทั้ง Wi-Fi และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของ AT&T ในสหรัฐอเมริกา

4. iPad ใช้วิธีการพิมพ์อย่างไร เมื่อไม่มีคีย์บอร์ด?

คีย์บอร์ดของ iPad เป็นเพียงภาพกราฟฟิกที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอเท่านั้น คล้ายกับที่ใช้ใน iPhone และ iPod Touch โดยผู้ใช้งานสามารถสัมผัสที่หน้าจอทัชสกรีนเพื่อพิมพ์ข้อความที่ต้องการได้ ซึ่งสตีฟ จ็อบส์ ผู้บริหารของ Apple เคยบอกว่า iPad มีประสิทธิภาพในการพิมพ์อย่างมาก แม้จะมีเสียงวิจารณ์จากบล็อกเกอร์หลายคนว่ามันพิมพ์ยากก็ตาม
iPad จาก Apple
iPad จาก Apple

5. iPad เหมาะที่จะใช้งานรูปแบบไหนมากที่สุด?

iPad ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานสื่อด้านต่างๆ ทั้ง หนังสือดิจิตอล, เว็บไซต์, วีดีโอ รวมถึงเป็นเครื่องเล่นเกมขนาดพกพาด้วย และแม้ว่ามันจะไม่มีเครื่องเล่นดีวีดีติดตั้งอยู่ภายใน แต่ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดวีดีโอมากมายได้จาก Apple หรือไม่ก็ดูผ่านเว็บไปเลย

อย่างไรก็ตาม จอห์น ดี. ซัตเตอร์ จาก CNN บอกว่า iPad เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการเช็คอีเมล และไม่ชอบกระบวนการทำงานหลายขั้นตอนของคอมพิวเตอร์ทั่วๆไป

6. iPad สามารถสร้างไฟล์เอกสาร, ตารางการทำงานและสื่อนำเสนอได้หรือไม่?

Apple สร้างชุดแอปพลิเคชั่น iWork ขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะสำหรับ iPad โดยโปรแกรมราคา 9.99 ดอลลาร์ (ราว 320 บาท) นี้ จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างไฟล์เอกสาร, ตารางการทำงาน (spreadsheet) และสื่อนำเสนอ บน iPad ได้

นอกจากนี้ด้วยการเชื่อมต่อ Wi-Fi บน iPad ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วจะช่วยให้สามารถพิมพ์เอกสารผ่านทางปริ้นเตอร์ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสายได้ แต่ยังมีการถกเถียงกันอยู่ว่าแอปพลิเคชั่นใดจะมารองรับคำสั่งตรงนี้
เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi
เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi

7. iPad สามารถดูเว็บไซต์ได้ทุกเว็บหรือไม่?

วีดีโอออนไลน์บางชนิดที่เรียกว่า 'Flash' ไม่สามารถเล่นได้บน iPad อย่างไรก็ตามได้มีวิธีแก้แบบขัดตาทัพอยู่บ้างสำหรับเรื่องนี้ ด้วยการที่เว็บไซต์หลายแห่งได้ออกแบบตัวเว็บใหม่ด้วยการใช้โค้ด HTML5 เพื่อให้ใช้งานได้บน iPad

8. iPad จะมาแทนที่เครื่องคอมพิวเตอร์หรือไม่?

นักเขียนเรื่องเทคโนโลยีบางคนบอกว่า iPad เป็นแก็ดเจ็ตที่รวมทุกอย่างไว้ภายในอุปกรณ์ชิ้นเดียว แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ยังคงจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะหรือแล็ปท็อปมากกว่า iPad ดังนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่สนใจต้องการนำมันไปใช้งานในรูปแบบไหน เช่น หากเป็นคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพิมพ์หรือสร้างสรรค์ผลงานด้วยคอมพิวเตอร์ การใช้แล็ปท็อปก็ดูจะสะดวกมากกว่า แต่ถ้าต้องการท่องเว็บ, อ่านหนังสือ, เล่นเกม, ดูหนังหรือส่งอีเมลสั้นๆ iPad ก็สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้
การใช้งานในลักษณะเดียวกับ e-reader
การใช้งานในลักษณะเดียวกับ e-reader

9. iPad บางและเบากว่าแล็ปท็อปหรือ e-reader ตัวอื่นหรือไม่?

iPad มีความหนาราวครึ่งนิ้ว และหนักราว 0.7 กก. ส่วนหน้าจอมีความยาวเมื่อวัดในแนวทแยง 9.7 นิ้ว ซึ่งทำให้มันเบาและบางกว่าแล็ปท็อปบางรุ่น เช่น เน็ตบุค 10 นิ้วจาก Dell ที่มีขนาดใกล้เคียงกันแต่หนักกว่าราวเกือบครึ่ง กก. 

10. มีทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่ iPad หรือไม่?

Apple ไม่ได้เป็นบริษัทเดียวที่ออกแท็ปเล็ตมาสู่ตลาด เนื่องจาก HP ได้เปิดตัวแท็ปเล็ตพีซีของตัวเองมาแล้วอย่างคร่าวๆในงาน CES (Consumer Electronics Show)เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่วน Dell ได้ประกาศแล้วว่าจะลงลุยในตลาดแท็ปเล็ตพีซีด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภคเนื่องจากมีตัวเลือกมากมายให้พิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เนคเทคดันกี่ทอผ้าไฮเทคยกระดับหัตถกรรม

พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มาใช้ออกแบบลายทอผ้า และควบคุมการทอระยะไกล นำภูมิปัญญาของท้องถิ่นสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา โดยการสนับสนุนทุนวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค) ในการพัฒนาโปรแกรมออกแบบลวดลายทอผ้าจากโครงการวิจัย “โครงการพัฒนากี่ทอผ้ากึ่งอัตโนมัติควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์สำหรับวิสาหกิจชุมชน” เน้นการพัฒนาโปรแกรมให้สามารถออกแบบลายทอผ้ายกปกติ ผ้าจก ผ้าขิด และผ้ายกดอก พร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูลลายผ้าโบราณต่างๆ เพื่อใช้เป็นแหล่งศึกษาความเป็นมา และแนวความคิดของลวดลายเดิมที่เป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่น 

รายงานข่าวแจ้งว่า ทีมนักวิจัยสร้างฐานข้อมูลของลายผ้าเหล่านี้ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างศักยภาพให้กับผู้ผลิตและนักออกแบบลวดลายผ้าในการจัดทำผลิตภัณฑ์ผ้าทอที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น อันจะส่งผลให้เกิดการยกระดับเทคโนโลยีด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ของประเทศในภาพรวม โดยกี่ทอผ้ากึ่งอัตโนมัติควบคุมด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับวิสาหกิจชุมชน เป็นกี่ทอผ้ารูปแบบใหม่ที่พัฒนาจาก กี่ทอผ้าของผู้ประกอบการในท้องถิ่นที่มีขนาด 2 ตะกอและมีกลไกการยกตะกอแบบผูกตะกอโยงติดกันเป็นคู่ (Counter-balance) 

รายงานข่าวแข้งอีกว่า ผู้วิจัยได้ออกแบบโครงสร้างของกี่ทอผ้าเป็นขนาด 8 ตะกอ จากนั้นพัฒนากลไกควบคุมการยกตะกอแบบกึ่งอัตโนมัติ โดยประยุกต์ใช้กลไกของกี่ทอผ้ากึ่งอัตโนมัติแบบ Dobby คือ เป็นกี่ทอผ้าที่มีการควบคุมการยกตะกอ ด้วยการกำหนดรหัสบนแผงไม้ปักหมุด ร่วมกับแนวคิดของระบบ Mechatronics โดยพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ในการออกแบบลายทอ และสั่งการเพื่อควบคุมการยกตะกอของกี่ทอผ้าแบบกึ่งอัตโนมัติ

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ผู้ที่สนใจชมอุปกรณ์และผลงานวิจัยและพัฒนากี่ทอผ้ากึ่งอัตโนมัติควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์สำหรับวิสาหกิจชุมชน ในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทคประจำปี 2552 “NECTEC Annual Conference & Exhibitions 2009” (NECTEC-ACE 2009) ภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยี ECTI กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์: การสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิต” วันที่ 23-25 ก.ย.2552 ที่ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี หรือดูรายละเอียดที่เว็บไซต์http://www.nectec.or.th/ace2009

เปิดเว็บ“วุ่นวายดอทคอม”ลดรุนแรงวัยรุ่น

รณรงค์การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ มามุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพการศึกษา คุณภาพชีวิต เสริมภูมิคุ้มกันและความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นและสังคม...

นายอานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการ คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เว็บไซต์วุ่นวายดอทคอม www.wound-why.com เป็นมิติใหม่ของงานวิจัยที่เกิดขึ้นผ่านเว็บไซต์เพื่อมุ่งเน้นการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา คุณภาพชีวิต เพิ่มพูนให้ท้องถิ่นและสังคมมีศักยภาพในการร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านการป้องกันความรุนแรงในสังคมไทย และส่งเสริมการเรียนการสอน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยโครงการนี้เป็นการวิจัยต่อเนื่องปีที่ 2 ที่คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ อนุมัติให้ดำเนินการในหัวข้อ “การรณรงค์การใช้ทรัพยาการการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันความรุนแรงสำหรับเด็กวัยรุ่น” 

เลขาธิการ คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวต่อว่า หวังว่าเว็บไซต์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อ นักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ ในการเข้าถึงข้อมูลความรู้ เพื่อการค้นคว้าหาคำตอบ สอดคล้องและตรงกับบริบทของบทเรียนและสภาวการณ์ในสังคม ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันความรุนแรงในเด็กและวัยรุ่น ที่กำลังขยายตัวและมีความรุนแรงมากขึ้น โดยนำสื่อเหล่านี้ไปใช้ในประกอบการสอนแบบเป็นรูปธรรมในทันที อันจะทำให้ปัญหาความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่นไม่ขยายตัวลุกลามไปมากกว่านี้ ทั้งนี้คาดหวังว้เมื่อเสร็จสิ้นโครงการวิจัยต่อเนื่องนี้แล้ว เว็บไซต์วุ่นวายดอทคอมจะยังคงใช้งานได้ และมีการพัฒนาเนื้อหาปรับปรุงให้ทันต่อเหตุการณ์อย่างสม่ำเสมอต่อไป

ด้าน นายสุรศักดิ์ สงวนพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริการคอมพิวเตอร์ และผู้แทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ม.เกษตรฯ ขอขอบคุณคณาจารย์ผู้ดำเนินการวิจัย ได้แก่ ดร.สมถวิล ธนะโสภณ ดร.นาถยา ปิลันธนานนท์ ดร.มธุรส จงชัยกิจ และ ดร.วิภารัตน์ แสงจันทร์ อาจารย์ภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ ม.เกษตรฯ ที่สละเวลาในการสอนมาวิจัยครั้งนี้ โดยถือเป็นการบุกเบิกงานวิจัยอีกมิติหนึ่ง ที่เป็นงานวิจัยเพื่อสังคมเชิงลึก แต่มีผลต่อสังคมในวงกว้าง โดยการอาศัยเทคโนโลยีไอที ทำงานวิจัยผ่านเว็บไซต์วุ่นวายดอทคอม 

ส่วน นางสมถวิล ธนะโสภณ หนึ่งในคณะผู้ทำวิจัยฯ กล่าวว่า หลังจากที่ได้การสนับสนุนงานวิจัยในปีแรก 2550-2551 ช่วงปีงบประมาณ 2550 คณะผู้วิจัยพบว่า ปัญหาความรุนแรงในเด็กและวัยรุ่นนั้น มีความสำคัญ และจากที่ศึกษามาต่อเนื่องส่วนมากเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ที่ศึกษาว้ำเกี่ยวกับการวิจัยปัจจัยและสาเหตุของการใช้ความรุนแรง โดยคณะผู้วิจัยได้สร้างและพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้เพื่อป้องกันความรุนแรง ออกมาเป็นสื่อมัลติมีเดียรูปแบบซีดีรอม ขณะที่ปีต่อมา 2552 นี้ คณะผู้วิจัยได้ยื่นขอทุนเพื่อดำเนินการวิจัยต่อเนื่องด้วยทรัพยากรที่ได้รับจากการพัฒนาในปีแรก เพื่อใช้ต่อยอดและขยายผลไปสู่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง 

หนึ่งในคณะผู้ทำวิจัยฯ กล่าวด้วยว่า การใช้เทคโนโลยีไอทีสื่ออินเทอร์เน็ต ที่ปัจจุบันเป็นสื่อใหม่ (New Media) ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเยาวชน มาออกแบบสร้างสรรค์เป็นเว็บไซต์ ที่กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ส่งเสริมให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองเกี่ยวกับการป้องกันความรุนแรง ที่เกิดขึ้นในกลุ่มเยาวชนอย่างยั่งยืนต่อไป โดยมีรูปแบบของเกมและกิจกรรมเชิงปฏิสัมพันธ์ ในเนื้อหา 5 กลุ่มได้แก่ อารมณ์ความรู้สึก ยาเสพติด ความสัมพันธ์ทางเพศ อาชญากรรม และเรื่องของวัยรุ่น ที่จะมีการให้ความรู้ คำปรึกษาเพื่อป้องกันความรุนแรงให้เหมาะสมกับวัย

ไมโครซอฟท์ส่งเสริมนักพัฒนาเว็บ พร้อมต่อยอดธุรกิจ

ไมโครซอฟท์ผนึกกำลังองค์กรภายรัฐ สนับสนุน "WebsiteSpark" นักออกแบบและพัฒนาเว็บ เล็งรายได้เพิ่ม 10% จากการลงุทนไอทีของหน่วยงาน...

วันนี้ (18 ม.ค.) นางสาวปฐมา จันทรรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ไมโครซอฟท์ ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในการดำเนินโครงการส่งเสริมโอกาสด้านอาชีพแก่นักออกแบบและนักพัฒนา เว็บไซต์ หรือ WebsiteSpark โดยสนับสนุนให้นักพัฒนาเว็บไซต์และนักออกแบบได้รับการฝึกอบรมซอฟต์แวร์ภายในระยะโครงการ 3 ปี พร้อมต่อยอดภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในการดำเนิธุรกิจผ่านเว็บไซต์

อย่างไรก็ตาม คาดว่าโครงการดังกล่าวจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างงานมากกว่า 600 ตำแหน่งในประเทศไทย ทั้งนี้ ในปี 2553 (ก.ค.52-มิ.ย.53) บริษัทฯ คาดการณ์อัตราการเติบโตไว้ที่ 10% ภายหลังการเติบโตที่ดีในช่วงครึ่งปีแรก จากการเปิดตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7 โดยภายในช่วงครึ่งหลังของปี บริษัทฯ ยังเตรียมเปิดตัวไมโครซอฟท์ออฟฟิต 2010 ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากการลงทุนขององค์กรขนาดใหญ่และขนาดกลาง ที่นำระบบไอทีเข้ามาช่วยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพตามแนวโน้มเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ ในปี 2554 บริษัทฯ ยังเตรียมของบประมาณการลงทุนจากบริษัทแม่ในประเทศอเมริกาอีก 10% เพื่อพัฒนาด้านบุคลากรและซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ของประเทศไทย อาทิ จากเดิมที่มีภาษาไทยจำนวนเล็กน้อย พร้อมทั้งตั้งทีมงานเพื่อดูแลกลุ่มคู่ค้า รวมถึง สินค้าใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น